อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี 2569 จะแบ่งตามลักษณะการใช้ประโยชน์ของทรัพย์สิน โดยมีรายละเอียดสำคัญ ดังต่อไปนี้
-
บ้านหลังแรก
กรณีเป็นบ้านหลังหลัก และเจ้าของมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หากมูลค่าบ้าน และที่ดินรวมกันแล้วไม่เกิน 50 ล้านบาท จะได้รับยกเว้นภาษี แต่หากมูลค่าเกินเกณฑ์ จะเริ่มเสียภาษีตามอัตราที่รัฐกำหนด เช่น 0.03% หรือสูงกว่าตามช่วงมูลค่าทรัพย์สิน
เจ้าของที่ดิน / สิ่งปลูกสร้างหลังเดียว
-
มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้รับยกเว้นภาษี
-
มูลค่า 50 - 75 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.03%
-
มูลค่า 75 - 100 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.05%
-
มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีในอัตรา 0.1%
เจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้างหลังเดียว
-
มูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท ได้รับยกเว้นภาษี
-
มูลค่า 10 - 50 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.02%
-
มูลค่า 50 - 75 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.03%
-
มูลค่า 75 - 100 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.05%
-
มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีในอัตรา 0.1%
-
บ้านหลังที่ 2
สำหรับใครที่มีบ้านหลายหลัง หรือมีไว้เพื่อการลงทุน จะเริ่มเสียภาษีตั้งแต่บาทแรกตามอัตราที่กำหนด โดยยิ่งมีมูลค่าสูง อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก็จะเพิ่มขึ้นตามขั้นบันได ดังนั้น ใครที่ซื้อบ้านไว้ปล่อยเช่า หรือถือครองหลายโครงการ ควรวางแผนภาษีล่วงหน้า เพื่อบริหารต้นทุนในระยะยาว
เจ้าของที่ดิน / สิ่งปลูกสร้าง 2 หลังขึ้นไป
-
มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.02%
-
มูลค่า 50 - 75 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.03%
-
มูลค่า 75 - 100 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.05%
-
มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีในอัตรา 0.1%
-
คอนโด
คอนโดมิเนียม ถือเป็นทรัพย์ที่อยู่ในเกณฑ์ภาษีเดียวกับบ้าน หากใช้เป็นที่อยู่อาศัยหลัก และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านก็อาจได้รับสิทธิยกเว้นตามเงื่อนไข แต่หากซื้อไว้ลงทุน ปล่อยเช่า หรือถือครองหลายยูนิต ก็อาจเข้าข่ายเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.nakornthong.co.th/